Posted by oat on 23:15 with No comments
ผู้กู้ยืมปีแรกในปีการศึกษา 2549/2551/2552
หลักเกณฑ์การชำระหนี้

          ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนมีหน้าที่ต้องชำระหนี้คืนกองทุน พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1
ต่อปี ภายหลังวันที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษา หรือเลิกการศึกษาแล้ว 2 ปี ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา
15 ปี นับแต่วันที่ต้องเริ่มชำระหนี้

          การชำระหนี้งวดแรกให้ชำระเฉพาะเงินต้น ดังนี้


          1.   ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาในปีการศึกษา 2549 และปีการศึกษา 2550 ให้ชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฏาคม 2554

          2.   ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 เป็นต้นไป เมื่อครบระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีแล้วให้ชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม
ในปีถัดไป 

          ในการชำระหนี้ในงวดต่อๆ ไปให้ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยคืนให้กองทุนภายในวันที่ 5 กรกฎาคม โดยการคิดดอกเบี้ย ให้เริ่มคิดตั้งแต่วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ของเงินต้นที่เหลือหลังจากชำระหนี้งวดแรกแล้ว 
          การชำระหนี้ดังกล่าว ให้ถือว่าวันที่ 5 กรกฎาคม เป็นวันครบกำหนดชำระหนี้ หากวันดังกล่าว
ตรงกับวันหยุดทำการของธนาคาร ให้นับวันเปิดทำการถัดไปเป็นวันที่ครบกำหนดชำระหนี้

          กรณีผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนเลิกการศึกษาก่อนสิ้นภาคการศึกษา ให้นับระยะเวลาปลอดหนี้โดยอนุโลมเหมือนเลิกการศึกษาเมื่อสิ้นภาคการศึกษาของปีนั้น และให้ผู้รับทุนเริ่มชำระหนี้งวดแรกในวันที่
5 กรกฎาคม เมื่อครบกำหนดระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีแล้ว


          3.   ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนสามารถเลือกผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน หรือผ่อนชำระเป็นรายปีก็ได้ จำนวนเงินต้นที่ต้องชำระเป็นรายเดือนรวมตลอดปี หรือจำนวนเงินต้นที่ชำระเป็นรายปีต้องไม่ต่ำกว่าอัตราดังนี้

 

ปีที่ชำระร้อยละของเงินต้นที่ต้องชำระปีที่ชำระร้อยละของเงินต้นที่ต้องชำระปีที่ชำระร้อยละของเงินต้นที่ต้องชำระ
1
2
3
4
5
1.5
2.5
3.0
3.5
4.0
6
7
8
9
10
4.5
5.0
6.0
7.0
8.0
11
12
13
14
15
9.0
10.0
11.0
12.0
13.0


 
          4.   ในกรณีจำเป็นผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน อาจขอผ่อนผันการชำระหนี้ตามระยะเวลาที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในข้อ 3  หรือชะลอการชำระหนี้เป็นการชั่วคราวได้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
          กรณีเป็นผู้ไม่มีรายได้  หรือเป็นผู้ประสบภัยพิบัติจากอัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย หรือจากภัยธรรมชาติอื่นๆ รวมถึงภัยจากสงคราม หรือจลาจล ซึ่งทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ให้ผ่อนผันการชำระหนี้ได้คราวละเกิน 6 เดือน รวมระยะเวลาขอผ่อนผันได้รวมกันไม่เกิน 2 ปี โดยไม่ต้องชำระเบี้ยปรับ
          กรณีเป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 4,700 บาท ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในงวดนั้นๆ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,400 บาทต่อปี
          การขอผ่อนผันชำระหนี้ ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนต้องดำเนิการให้เสร็จสิ้นก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้แต่ละงวด หากเกินระยะเวลาดังกล่าว ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนจะต้องชำระเงินต้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยในงวดนั้นด้วย


          5.   กรณีผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนตกลงผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน ให้ติดต่อ บมจ.ธนาคารกรุงไทย เพื่อทำข้อตกลงเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญากู้ยืมเงิน

          6.   หากผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนผิดนัดชำระหนี้ จะต้องชำระค่าปรับ ตามอัตราดังนี้
          กรณีผ่อนชำระเป็นรายเดือน หากค้างชำระตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 12 เดือน ให้ชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของเงินต้นงวดที่ค้างชำระ หากค้างชำระหนี้เกิน 12 เดือน ใช้ชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด
          กรณีผ่อนชำระเป็นรายปี หากค้างชำระตั้งแต่ 1 งวดขึ้นไป ชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด

          7.   ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่มีความประสงค์จะขอชำระหนี้คืนก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ หรือก่อนครบระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี สามารถชำระคืนได้โดยไม่เสียดอกเบี้ย

          8.   ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่บอกเลิกการรับทุนทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน จะต้องชำระหนี้คืนตามประกาศภายใน 30 วัน โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หากค้างชำระเกินระยะเวลาดังกล่าวจะต้องชำระเบี้ยปรับด้วย กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน ต้องชำระเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของเงินต้นที่ค้างชำระ และกรณีค้างชำระเกิน 12 เดือนต้องชำระเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินต้นที่ค้างชำระ

          9.   การผ่อนชำระหนี้แต่ละครั้ง  ธนาคารจะคิดค่าใช้จ่ายในการโอนเงินรายการละ 10 บาท โดยหักจากบัญชีผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

          10.   ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนเก็บเอกสารดังต่อไปนี้เป็นหลักฐานการชำระหนี้
-  สำเนาใบฝากเงิน
-   บันทึกบัญชีในสมุดเงินฝากของผู้กู้ยืม
-  รายการบันทึกบัญชี (Statement) ของธนาคาร
          11.   ก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรก ธนาคารจะส่งจดหมายที่สามารถตรวจสอบการนำจ่ายไปยังผู้รับได้/แจ้งให้ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนทราบเป็นการส่วนตัว

ช่องทางการชำระหนี้

                    ชำระหนี้ได้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย

ผู้กู้ยืมปีแรกในปีการศึกษา 2555/2556/2557
หลักเกณฑ์การชำระหนี้
                   เมื่อผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน สำเร็จการศึกษา หรือเลิกศึกษา และมีรายได้ 16,000 บาท (หนึ่งหมื่นหกพันบาท) ต่อเดือน หรือ 192,000 บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นสองพันบาท)
ต่อปี มีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมพร้อมทั้งดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้คืนกองทุนในอัตรา
ร้อยละ 1 ต่อปี ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 ปี นับแต่วันที่ต้องเริ่มชำระหนี้

                   เมื่อผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนมีรายได้ถึงเกณฑ์ดังกล่าว ในการชำระหนี้งวดแรก
ให้ชำระเฉพาะเงินต้น ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ในปีถัดไป

                   ในการชำระหนี้งวดต่อๆ ไป ให้ชำระหนี้เงินต้น พร้อมดอกเบี้ยคืนให้กองทุน ภายใน
วันที่ 5 กรกฎาคม โดยการคิดดอกเบี้ยให้เริ่มคิดตั้งแต่วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ของเงินต้นที่เหลือ
หลังจากชำระหนี้งวดแรกแล้ว

                    และให้ถือว่าวันที่ 5 กรกฏาคมเป็นวันครบกำหนดชำระหนี้ หากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดทำการของธนาคาร ให้นับวันเปิดทำการถัดไปเป็นวันที่ครบกำหนดชำระหนี้

                   เมื่อผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้ว ผู้รับทุน
การศึกษาแบบต้องใช้คืนไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่ มีหน้าที่ต้องแจ้งให้กองทุนทราบถึงจำนวนเงินรายได้ทั้งหมดที่ได้รับในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยให้เริ่มแจ้งครั้งแรก
ในเดือนมีนาคมในปีถัดจากปีที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา

                   หากไม่แจ้งจำนวนเงินรายได้ให้กองทุนทราบ ให้ถือว่าผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนเป็นผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดในปีที่ไม่ได้แจ้งนั้น และมีหน้าที่ต้องคืนเงินกองทุนการศึกษาที่ได้รับทั้งหมดต่อไป